วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555


ทรงเปิดนิทรรศการ 

'ช้างในคติความเชื่อของไทย' 

ส่งเสริมคนรุ่นใหม่รู้จักและอนุรักษ์ช้างไทย



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการ “ช้างในคติความเชื่อของไทย” โดยภาควิชาโบราณคดี  คณะโบราณคดี  ม.ศิลปากร จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นราชสักการะเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม  2555  มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้คนรุ่นใหม่ตระหนักว่าช้างมิได้เป็นเพียงสัตว์ตัวโต แสนรู้และน่ารักเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน และมีบทบาทสำคัญเชิงสัญลักษณ์อยู่ในคติความเชื่อทางศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ และสืบทอดมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะช้างเผือกถือเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ  จึงควรช่วยกันส่งเสริมอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่เกี่ยวกับช้าง รวมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ช้างในแผ่นดินไทยไว้มิให้สูญพันธุ์ไป โดยมี ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ประธานคณะทำงานดำเนินงานร้านภูฟ้า คณะผู้บริหารและคณะทำงานร้านภูฟ้า เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน


ภายหลังทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยในภาพวาดฝีพระหัตถ์ “ปีมะเส็ง” เป็นภาพงูเล็ก ๆ น่ารัก 3  ตัว ที่ร้านภูฟ้าได้รับพระราชทานประกอบลายพระหัตถ์พร้อมกับพรพระราชทานสำหรับปีใหม่ปีมะเส็ง “ส.ค.ส. ๒๕๕๖ ปีมะเส็ง   ปีงูจงรู้จริง อย่ารู้แค่งู ๆ ปลา ๆ แล้วจะสบายตลอดปี” เพื่อเป็นสิริมงคลแด่พสกนิกรไทย จากนั้นทรงพระดำเนินทอดพระเนตรภายในนิทรรศการซึ่งจัดแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดช้าง,ความรู้เรื่องช้าง, กำเนิดช้างในคติความเชื่อ, เทพเจ้าที่เกี่ยวกับช้างและช้างสำคัญในศาสนาพราหมณ์, ช้างสำคัญในศาสนาพุทธ ตลอดจน “ช้างแก้ว” หนึ่งในรัตนะเจ็ดประการของพระมหาจักรพรรดิ และ “ช้างเผือก” ในรัชกาลปัจจุบัน ก่อนเสด็จฯ กลับ ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ช้างในคติความเชื่อของไทย” ระหว่างนี้ถึงวันที่  30 มิ.ย. 2556  ที่ร้านภูฟ้าผสมผสาน  
ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน.



เครดิต : dailynews.co.th

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ส อ ง ภ า พ นี้   เ ห มื อ น ๆ จ ะ  ต ร ง ข้ า ม กั น  
แต่ จริงๆแล้ว เพียงแค่ มองคนละมุม
แต่ สองคำพูดใน สองภาพนี้ 
อ่านแล้ว ชอบ จริงๆ เลยค่ะ


1.

2.

เห็นด้วย ไหมค่ะ ? ^_^'

Credit : ธรรมทาน

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

" ก า ร เ ริ่ ม ต้ น ที่ ดี    ชี วิ ต ดี "

ไป สวดมนต์ข้ามปีกันน่ะค่ะ  



เครดิต : http://www.thaihealthcommunity.com/newyearprayer/

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันนี้ ขอมาเป็น ภาพ แต่เป็นภาพที่แฝงไปด้วย
คำพูด ดีๆ ค่ะ 


เครดิต : ธรรมทาน

วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2555


ขอบอกว่า เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เคยได้อ่านได้ ร้องไห้ กับ ความตื้นตันใจ มาแล้วค่ะ 
เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นเมื่อกลางปีที่ผ่านมา  
ขอเก็บมาเล่าให้ฟัง ให้โลกได้รับรู้อีกสักครั้งว่า 
การจำต้องจากไปของคนๆหนึ่งอาจต่อชีวิตให้ อีกคนๆหนึ่งหรืออีกหลายคนได้   
ได้จริงๆ ค่ะ..  ขอให้วิญญาน ของน้อง สงบสุข 
โลกเรายังมี อีกหลายสิ่งสวยงามให้ คิดถึงและดำรงอยู่อีกต่อไป 

**********************

หนึ่งลมหายใจสิ้น ช่วยต่อชีวิตอีก 2 ชีวิต

ไชน่าเดลี - เด็กหญิงตัวน้อย 2 ขวบที่ไม่มีโอกาสจะมีชีวิตรอดอีกต่อไป พ่อแม่ของเธอตัดสินใจให้ลูกจากไปอย่างมีคุณค่าโดยบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยอีก 2 คน

หนูน้อยชื่อเล่นว่า “ซีวั่ง” หรือ “ความหวัง” วัย 2 ขวบจากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เธอเกิดมาพร้อมกับโรคอัมพาตสมองใหญ่ที่ร้ายแรง

พ่อแม่รู้ว่าอย่างไรก็ไม่อาจยื้อชีวิตลูกสาวอันเป็นที่รักไว้ได้ แต่จะทำอย่างไรให้การจากไปของเธอมีคุณค่าน่าจดจำและเป็นประโยชน์สูงสุด

“แทนที่จะเผาร่างของลูกให้แหลกเป็นผุยผง พวกเราตัดสินใจบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยผู้อื่นดีกว่า เราเรียกลูกของเราว่า “ความหวัง” ก็เพราะเราอยากให้ลูกของเราเป็นความหวังในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของผู้ป่วยคนอื่น ๆ” นางหวัง เสี่ยวเฟย แม่ของเด็กน้อยกล่าวพร้อมน้ำตา

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ชีวิตของหนูน้อยก็เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด ผู้เป็นพ่อบรรจงจูบหน้าผากอำลาลูก ร่างของเธอถูกเจ้าหน้าที่นำเข้าห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลเมืองชื่อเฟิง แพทย์ผ่าเอาตับและไตของเด็กหญิงส่งไปยังเมืองเทียนจิน และกรุงปักกิ่ง ซึ่งมีผู้ป่วยอีก 2 คนที่นั่นกำลังรออวัยวะเปลี่ยนถ่าย

http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2300312

เติ้ง อิงซิน เจ้าหน้าที่สภากาชาดเมืองชื่อเฟิงด้านการบริจาคอวัยวะเพื่อมนุษย์ เผยว่า ซีวั่งเป็นหญิงคนแรกที่บริจาคอวัยวะของเมืองชื่อเฟิง และเป็นผู้บริจาคที่มีอายุน้อยสุดของดินแดนมองโกเลียใน

โรงพยาบาลเทียนจินหมายเลข 1 รายงานว่า ผู้ป่วยที่รอคอยอวัยวะมาเปลี่ยนถ่าย หลังจากผ่าตัดแล้วขณะนี้อาการดีเป็นปรกติ ทั้งสองครอบครัวต่างรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งต่อซีวั่งและครอบครัวอย่างที่สุด

เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พ่อแม่ของซีวั่งหมดเงินไปกว่า 2 แสนหยวน เพื่อรักษาลูก ตอนนี้มีหนี้สินกว่า 70,000 หยวน

หลายคนต้องการบริจาคเงินไปยังครอบครัวของซีวั่ง หลังจากได้รับรู้เรื่องราวและสถานภาพทางการเงินของครอบครัว แต่พ่อแม่ซีวั่งปฏิเสธความช่วยเหลือ

นางหวังผู้เป็นแม่เผยว่า “พวกเราก็ยังอายุไม่มากนัก ยังทำงานหาเงินมาชดใช้หนี้สินได้ พวกเราไม่อยากรับเงินบริจาค เราอยากทำเพื่อลูกของเราอย่างเต็มที่”

http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2300313
อาของหนูน้อยร่ำไห้ จูบลาหลานสาวครั้งสุดท้าย

http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2300315
หลังผ่าตัดแล้ว ร่างไร้วิญญาณของ เสี่ยวซีวั่ง เคลื่อนออกจากห้องผ่าตัด

http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2300316
ตับ และไตอันเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอีก 2 ชีวิตที่นครเทียนจิน ปักกิ่ง(ภาพเฟิ่งหวง)

http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2302841
นางเสียว หลี่ ผู้ได้รับบริจาคไตจากซีวั่ง หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะที่กรุงปักกิ่งแล้ว ขณะนี้อาการดีขึ้นมาก

http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=2302842
พ่อแม่ของซีวั่ง เก็บรวมรวมของเล่นของใช้ของซีวั่ง หลังจากลูกสาวจากไป 17 มิ.ย.


**********************

เครดิตที่มา : ขออนุญาติว่า ได้มาจาก สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล MUSA เพราะว่าอ่านมาจากที่ เวปเพจนี้ ค่ะ 

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ดั ง ต ฤ น   =   D u n g t r i n 

ขอบอก ตามตรงน่ะค่ะ ว่าแรกๆ อ่านชื่อนี้ ได้อย่างไม่มั่นใจ เอาซ่ะเลย ^^ 
แต่พอได้ติดตาม เป็น แฟนเพจ 
ท่าน ดังตฤน เลย แน่ใจว่า ชื่อท่านอ่านว่า  ดัง-ตริน จริงๆ ด้วยค่ะ
โดย ทำความเข้าใจมาจาก ภาษา อังกฤษ น่ะเอง 
นี่แหละน่ะ ที่ว่า ตอนเด็กๆ ไม่ตั้งใจเรียน วิชา ภาษาไทย

มาเข้าเรื่องดีกว่า ค่ะ 
ติดตามอ่านหนังสือ ของท่าน ดังตฤน มานานแล้ว 
ได้ข้อคิดมากมาย เป็นแนว ทางโลก ซ่ะมาก
ใครที่ อ่านหนังสือพระ แล้ว มึนๆ กับ คำพูด ภาษาพระ 
ลองติดตามอ่าน ของท่าน ดังตฤน ได้น่ะค่ะ 
เพราะ ตัวเราเอง ก็ อ่านของ ท่านนี้ มามาก เหมือนกัน ค่ะ

เพจท่านน่ะค่ะ    " ท่ า น ดั ง ต ฤ น "

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ชอบหมอท่านนี้ มาก " พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ "

" พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ คิดบวก ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข " 
แค่ หัวข้อ ก็ ต้อง หยุดอ่านแล้วค่ะ  
ติดตาม อ่านหนังสือ หมอท่านนี้ มาแต่แรกแล้วค่ะ 
แรกๆ ที่อ่านก็คิดว่า เอ.. หรือจะเป็น หนังสือ สอนให้สืบสวน สอบสวน กันแน่ น่ะ 
อ่านไป อ่านมา เลย บางอ้อ ว่า หมอ สอดแทรก วิธีคิด ให้ ... ให้มาก จริงๆ 
ไว้คราวหน้าจะหา หนังสือ หมอ มาให้อ่านกันน่ะค่ะ 
วันนี้ เอา เรื่อง วิธี คิดของหมอ ไปอ่านกัน พลางๆ ก่อนน่ะค่ะ 



เครดิต : http://www.shesmartonline.com/

วันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คำว่า " วิ ก ฤ ต "


หลายๆ ท่าน คงรู้จัก

พระมหาสมปอง ตาลปุตโต "

ท่านเป็นพระสงฆ์ ที่สามารถ ทำให้เด็กๆ นั่งนิ่งๆ รับฟังธรรมะ ได้ ดีจริงๆ เลยค่ะ 

วันนี้ ได้มีโอกาส อ่านสิ่งที่ท่าน เขียนถึง คำว่า " วิ ก ฤ ต "

เป็นมุมมองที่ต่างไปจากเดิมมาก

" วิกฤต " เห็นแล้วรู้สึกว่า ลบ มากกว่า บวก 

แต่ถ้า ได้อ่านบทความ ท่านพระมหาสมปอง ตาลปุตโต เขียนแล้ว

" วิกฤต " กลายเป็น คำบวก มากกว่า จริงๆ ค่ะ 


ธรรมะกับการคิดบวก พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

โดย พระมหาสมปอง ตาลปุตโต
พูดถึงเรื่อง วิกฤต นั้นมีหลายด้าน หลายอย่าง เช่น วิกฤตทางความคิด วิกฤตทางการเมือง ส่วนวิกฤตที่ทุกท่านหลีกเลี่ยงไม่ได้ตอนนี้คือ วิกฤตทางเศรษฐกิจ แต่วิกฤตที่อันตรายมากที่สุดนั่นคือ วิกฤตทางจิตใจ อย่าให้ความคิดติดลบมาบั่นทอนชีวิตเรา เช่นมีคนมานินทาว่าร้ายมักจะกลุ้มใจ แต่ถ้ามองในมุมที่ดี คำนินทาก็มีประโยชน์เหมือนกัน คนที่คิดกล่าวร้ายเราบางทีเขาต้องไปนั่งคิดนอนคิดหาจุดอ่อนในตัวเรา เพื่อเอามาพูดโจมตี บางทีจุดอ่อนเหล่านี้ตัวเราเองก็มีอยู่จริงแต่ไม่รู้ตัวมาก่อน สิ่งนี้เป็นประโยชน์มาก เพราะเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาปรับปรุงตนเองได้ ดังนั้น เราจึงควรที่จะขอบคุณคนที่นินทาเรา เพราะเขาอุตส่าห์ไปช่วยค้นหาข้อมูลมาช่วยให้เราปรับปรุงตนเอง เราจงแปรพลังงานแห่งการนินทามาเป็นพลังแห่งแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเอง
หากเราเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ โอกาสก็มีขึ้นกับเราได้ตลอดให้จำไว้ว่า โอกาสเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม เกิดขึ้นได้กับคนที่ไม่ยอมแพ้เท่านั้น อาตมาขอยกตัวอย่าง มีบริษัทผลิตรองเท้าแห่งหนึ่ง ได้ส่งพนักงานขายสองคนไปที่เกาะๆ หนึ่งเพื่อที่จะเปิดตลาดใหม่ พอคนแรกไปถึงกลับมาด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง พร้อมบอกเจ้านายว่า นายครับ ไม่ต้องส่งรองเท้าไปที่เกาะหรอกครับ เพราะคนในเกาะไม่มีใครใส่รองเท้าเลย
พอคนที่สองกลับมา ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความหวัง เขาพูดว่า นายครับ เป็นโอกาสทองของเราแล้วครับ เราจะขายรองเท้าได้อย่างมหาสาล เพราะคนที่เกาะไม่มีใครใส่รองเท้าเลย เห็นไหม…แค่เปลี่ยนมุมคิดชีวิตก็เปลี่ยน ลองเดาดูว่า พนักงานสองคนนี้ ใครจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน คนแรกกำลังเผชิญกับวิกฤตทางความคิด คนที่สองได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส อย่างที่เขาพูดกันว่า เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เมื่อเริ่มต้นดี มีกำลังใจดี เจออุปสรรคใหญ่แค่ไหนก็ผ่านไปได้ ขอให้จำไว้ให้ดีว่า ปัญญาเป็นบิดาของนักประดิษฐ์
เมื่อมีปัญหาให้คิดหาทางแก้ไข และทางแก้ไขก็มีหลายทางขอให้เราเปิดใจให้กว้าง เพื่อที่จะรับหนทางนั้นๆ ปัญหาก็เหมือนกลอนประตู มีที่ล็อกและที่เปิดอยู่ในอันเดียวกัน ปัญหาก็เหมือนสวิทซ์ไฟสามารถที่จะเปิดและปิดอยู่ในอันเดียวกัน เมื่อเจอวิกฤต เจอปัญหา ขอให้ตั้วสติให้ดี ทำตัวให้เหมือนน้ำที่นิ่ง เพราะน้ำที่นิ่งจะใส เมื่อใสก็จะเห็นตะกอน คือปัยหานั่นเอง เมื่อเห็นปัญหาเราก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้

เครดิต : http://www.gotoknow.org/posts/318816

วันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555

" เ ป็ น มิ ต ร กั บ ตั ว เ อ ง " ทำได้ ง่ายๆ

วันดี อีกแล้ว ค่ะ พี่น้อง  ^__^
เจอ หนังสือดีๆ มาแบ่งปัน กันค่ะ เป็น e-book ค่ะ
ช่วย สร้าง วิถีทาง ที่ทำให้ ตัวเราเอง เป็น มิตรกับตัวเองได้ดี จริงๆ ค่ะ





ขอขอบคุณ ที่มา http://www.kanlayanatam.com/ ที่นำหนังสือดีๆ มาแบ่งปัน กันค่ะ

วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันนี้ วันดี วันที่ 20 ธันวาคม 2555 
ถ้ามองแบบ ที่ทั่วโลก เค้า กำลัง เป็นห่วงกัน ก็ คือ เป็นวันก่อน  
" วั น สิ้ น โ ล ก "  December 21, 2012
ก็เลยทำให้ สงสัยว่า ทำไมน้อ คนเราต้องกลัว กลัว และก็ กลัว 
สิ่งที่มัน ยังไม่เกิดขึ้น
(ใครเชื่อ ก็ไม่ได้ว่าอะไรน่ะค่ะ)
ทำไมน้อ ทำไม ทำไมไม่ทำวันนี้ ให้เป็นวันที่ดี ที่สุด 
....
วันนี้ เลย เอา ธรรมะ ดีๆ มาแบ่งปันไว้ เนื่องในวันก่อนวันสิ้นโลก ซ่ะหน่อย


คิดบวก ชีวิตบวก
Positive Thinking, Positive Life...
โดย ท่าน ว.วชิรเมธี


เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)

เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี

เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”

เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”

เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

เครดิต โดย ท่าน ว.วชิรเมธี
.......................